คุณสมบัติการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication: MFA) ของ ZTG สามารถปรับความเข้มงวดตามปัจจัยทางสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้งานได้ สร้างความสมดุลระหว่างความปลอดภัย และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้

ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานไม่จำเป็นต้องประจำอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทำให้เกิดความต้องการในการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรจากทุกสถานที่และบนทุกอุปกรณ์ในการดำเนินการ โดยแต่ก่อนระบบ VPN และไฟร์วอลล์ (Firewall) เคยถูกนำมาใช้สำหรับการเข้าถึงเครือข่ายระยะไกล (Remote Access) อย่างปลอดภัย แต่โซลูชันเหล่านี้มีข้อจำกัด เช่น ความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีที่มากขึ้น การจัดการที่ซับซ้อน และมีข้อจำกัดในการสังเกตการณ์กิจกรรมของผู้ใช้งานระยะไกล รวมไปถึงปัญหาด้านความเข้ากันได้ของระบบและประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ทำให้เครือข่ายองค์กรไม่ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ไม่น่าพึงพอใจ นอกจากนี้ โซลูชัน VPN แบบเดิมไม่สามารถขยายตัวตามความต้องการทางธุรกิจได้ ทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้เกิดต้นทุนและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
Sangfor Zero Trust Guard คือ โซลูชัน Zero Trust Network Access (ZTNA) ที่ใช้งานง่ายและอยู่บนระบบคลาวด์ ทำให้การดำเนินงานระยะไกลมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ทั้งในการใช้งานแอปพลิเคชันและทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขององค์กรหรืออยู่บนคลาวด์ ด้วยสถาปัตยกรรมของระบบแบบ Cloud-Native ที่พัฒนาสำหรับการตั้งอยู่บนคลาวด์โดยเฉพาะ รวมถึงการจัดการ Policy ที่ง่ายขึ้น และการตรวจจับมัลแวร์อย่าง Ransomware หรือ Phishing ด้วย AI ทำให้ Sangfor ZTG สามารถขยายตัวตามการใช้งานได้อย่างง่ายดายเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ทั้งยังช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน


การยืนยันตัวตนแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Authentication)
คุณสมบัติการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication: MFA) ของ ZTG สามารถปรับความเข้มงวดตามปัจจัยทางสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้งานได้ สร้างความสมดุลระหว่างความปลอดภัย และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้

การควบคุมการเข้าถึงแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Access Control)
Sangfor Zero Trust Guard จะประเมินคำขอสำหรับ Session ใหม่ โดยพิจารณาจากเงื่อนไขต่างๆ ร่วมกัน เช่น ตัวตนของผู้ใช้งาน สถานะอุปกรณ์ และสถานที่ เพื่อให้อนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าถึง โดยเงื่อนไขเหล่านี้จะได้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง และกระทำการดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อพบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้น

การเข้าถึงแอปพลิเคชันตามตัวตนของผู้ใช้ (Identity-Based Application Access)
ZTG มอบการควบคุมโดยละเอียด เพื่อกำหนดการเข้าถึงในระดับแอปพลิเคชันตามบทบาทของผู้ใช้และสถานะของอุปกรณ์ แทนที่การควบคุมในระดับเครือข่ายอย่าง MAC Address, VLANs หรือ IPs โดยทุกการควบคุม การอนุญาตสิทธิ์ และบันทึกการตรวจสอบจะเชื่อมโยงโดยตรงกับตัวตนของผู้ใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิ์นั้นจะติดตามผู้ใช้ไป เพื่อนโยบายที่ยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้และประสบการณ์ของผู้ใช้ (UEBA)
ZTG นำเสนอการมองเห็นแบบครบถ้วน ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน และพฤติกรรมของผู้ใช้ พอร์ทัล ZTG เป็น Dashboard ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญ แสดงผลชัดเจน และใช้งานง่าย ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับแอปที่ผู้ใช้งานเข้าถึง สถานะของแอปพลิเคชัน และทรัพยากรต่างๆ ได้


ความปลอดภัยครบวงจร
Zero Trust Guard เป็นส่วนหนึ่งของ Sangfor Access Secure (SASE), ทำการเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อกับ Advanced Secure Web Gateway (SWG), Sangfor NGFW หรือ Next-Generation Firewall as a Service (FWaaS) ระบบ Endpoint Protection (EDR), Managed Detection and Response (MDR) และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการร่วมกันทำงานนี้มอบความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามที่เหนือชั้น และการเข้าถึงจากระยะไกลที่ปลอดภัย ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานที่

คุณสมบัติการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication: MFA) ของ ZTG สามารถปรับความเข้มงวดตามปัจจัยทางสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้งานได้ สร้างความสมดุลระหว่างความปลอดภัย และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้

Sangfor Zero Trust Guard จะประเมินคำขอสำหรับ Session ใหม่ โดยพิจารณาจากเงื่อนไขต่างๆ ร่วมกัน เช่น ตัวตนของผู้ใช้งาน สถานะอุปกรณ์ และสถานที่ เพื่อให้อนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าถึง โดยเงื่อนไขเหล่านี้จะได้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง และกระทำการดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อพบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้น

ZTG มอบการควบคุมโดยละเอียด เพื่อกำหนดการเข้าถึงในระดับแอปพลิเคชันตามบทบาทของผู้ใช้และสถานะของอุปกรณ์ แทนที่การควบคุมในระดับเครือข่ายอย่าง MAC Address, VLANs หรือ IPs โดยทุกการควบคุม การอนุญาตสิทธิ์ และบันทึกการตรวจสอบจะเชื่อมโยงโดยตรงกับตัวตนของผู้ใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิ์นั้นจะติดตามผู้ใช้ไป เพื่อนโยบายที่ยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น

ZTG นำเสนอการมองเห็นแบบครบถ้วน ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน และพฤติกรรมของผู้ใช้ พอร์ทัล ZTG เป็น Dashboard ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญ แสดงผลชัดเจน และใช้งานง่าย ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับแอปที่ผู้ใช้งานเข้าถึง สถานะของแอปพลิเคชัน และทรัพยากรต่างๆ ได้


Zero Trust Guard เป็นส่วนหนึ่งของ Sangfor Access Secure (SASE), ทำการเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อกับ Advanced Secure Web Gateway (SWG), Sangfor NGFW หรือ Next-Generation Firewall as a Service (FWaaS) ระบบ Endpoint Protection (EDR), Managed Detection and Response (MDR) และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการร่วมกันทำงานนี้มอบความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามที่เหนือชั้น และการเข้าถึงจากระยะไกลที่ปลอดภัย ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานที่

Sangfor ZTG สามารถเข้ามาเสริมหรือทดแทนระบบ VPN ที่มีอยู่ด้วยโซลูชัน Zero Trust ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันในศูนย์ข้อมูล หรือระบบคลาวด์จากระยะไกลได้อย่างปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการโจมตีและป้องกันการแพร่กระจายของภัยคุกคาม
ปรับปรุงการเข้าถึงแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ปลายทางด้วยการเร่งความเร็วการรับส่งข้อมูล ผ่านการเชื่อมต่อโครงข่ายที่เหนือกว่าของ Sangfor ZTG จึงช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าและประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด (Hybrid) และมัลติคลาวด์ (Multi-Cloud) ได้ดี
ใช้โซลูชันแบบรวมศูนย์ที่มาพร้อม Single Sign-On (SSO) และนโยบายการเข้าถึงแบบปรับตัวได้สำหรับแอปพลิเคชันที่โฮสต์ในศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์ โดยการยืนยันตัวตนแบบปรับตัวได้ช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่งขั้นตอนการยืนยันตัวตนให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ ทั้งยังมี Sangfor IDaaS ที่ผสานรวมกับระบบการระบุตัวตนที่มีอยู่ และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่คลาวด์เป็นไปอย่างราบรื่น
ทดแทนโซลูชัน Virtual Desktop Infrastructure (VDI) แบบเดิมที่ช้าและมีราคาสูงในการปกป้องข้อมูลบนอุปกรณ์ส่วนตัว (BYOD) และอุปกรณ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการ (Unmanaged Device) ซึ่ง Sangfor ZTG มอบประสบการณ์การใช้งานที่เร็วและราบรื่นกว่า พร้อมรับรองการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อปกป้องข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
Sangfor ZTG เพิ่มความสามารถในการมองเห็นผู้ใช้ปลายทางและอุปกรณ์ที่เข้าถึงทรัพยากรขององค์กร ช่วยให้สามารถป้องกันภัยคุกคาม แก้ไขปัญหา และปกป้องข้อมูลสำหรับผู้ใช้ระยะไกล นอกจากนี้ยังช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม เช่น NGFW และ VPN
ติดตั้งโซลูชันความปลอดภัยแบบอัจฉริยะและปรับตัวได้ เพื่อให้ผู้ขาย ผู้รับเหมา และซัพพลายเออร์ที่เป็นบุคคลที่สามสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและทรัพยากรส่วนตัวได้ ซึ่งโซลูชันนี้รองรับอุปกรณ์ส่วนตัว (BYOD) และอุปกรณ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการ (Unmanaged Device) เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจ
ตำแหน่งการแข่งขันของ Sangfor ในดัชนี Innovation Index มาจากความมุ่งมั่นในการยกระดับความครอบคลุมของแพลตฟอร์ม SASE ซึ่งโซลูชัน SASE ของ Sangfor ที่มีชื่อว่า Sangfor Access Secure ใช้ประโยชน์จากการ ML/AI เพื่อจัดการการดำเนินงานเครือข่ายอย่างง่ายดายด้วย AIOps นอกจากนี้ เครื่องมือตรวจจับมัลแวร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ Engine Zero และฐานข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามที่แข็งแกร่งของ Sangfor ยังช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์แบบเรียลไทม์และมอบการป้องกันความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม SASE"
Vivien Pua, นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอาวุโสจาก Frost & Sullivan