รู้จัก Crypto Scams การหลอกลวงทางคริปโตที่กำลังเพิ่มขึ้น

ตลาดสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกด้วยผลตอบแทนการลงทุนที่สูง แต่ในขณะเดียวก็ดึงดูดมิจฉาชีพจำนวนมากเช่นกัน ทำให้การหลอกลวงทางคริปโต หรือ “Crypto Scams” มีความซับซ้อนและแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินจำนวนมหาศาลทั้งต่อผู้คนและธุรกิจต่างๆ

โดยมีสถิติที่สำคัญเกี่ยวกับ Crypto Scams ดังนี้

เหตุด้วยการลงทุนในคริปโตถือเป็นการทำกำไรอย่างรวดเร็ว และด้วยการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ของสกุลเงินดิจิทัลช่วยให้มิจฉาชีพหลอกลวงสามารถล่อลวงผู้คนได้ง่าย โดยเหล่ามิจฉาชีพมักโน้มน้าวนักลงทุนด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าปกติ หรือโอกาสการลงทุนพิเศษ อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มลงทุน เหยื่อมักไม่สามารถถอนเงิน หรือแม้แต่กู้คืนเงินลงทุนได้

Crypto Scams 2024: How to Spot and Avoid the Latest Threats

สกุลเงินดิจิทัลคืออะไร?

สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) คือ รูปแบบสกุลเงินที่ใช้การเข้ารหัส (Cryptography) เพื่อรักษาความปลอดภัยของธุรกรรม ทำให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือใช้เงินซ้ำสองครั้ง ต่างจากสกุลเงินดั้งเดิมที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศต่างๆ โดยสกุลเงินดิจิทัลนั้นอยู่บนเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Networks) ตามเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology)

โดยเทคโนโลยีนี้เป็น Distributed Ledger ที่บันทึกธุรกรรมทั้งหมดผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ บิทคอยน์ (Bitcoin) แต่ก็ยังมีสกุลเงินอื่นๆ อีกด้วย เช่น อีเธอเรียม (Ethereum), ริปเปิล (Ripple) และไลท์คอยน์ (Litecoin) เป็นต้น

มีการใช้สกุลเงินดิจิทัลอย่างไรบ้าง?

  • การลงทุนและการซื้อขาย - หลายคนซื้อสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิทคอยน์เพื่อเป็นการลงทุนในระยะยาว โดยหวังว่ามูลค่าของสกุลเงินจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนหลายๆ คน ก็เน้นเก็งกำไรจากความผันผวนของค่าสกุลเงิน โดยทำการซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิทัลบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนต่างๆ
  • ซื้อสินค้าออนไลน์ - ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจ และผู้ให้บริการบางรายนั้นรับชำระสินค้าเป็นสกุลเงินดิจิทัล ทำให้สามารถซื้อสินค้าหรือบริการได้โดยตรงด้วยสกุลเงินดิจิทัล ผู้คนจึงใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น Ralph Lauren, Microsoft Store และ Expedia
  • การส่งเงินและการโอนเงิน - สกุลเงินดิจิทัลเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีการเข้าถึงบริการธนาคารแบบดั้งเดิมได้อย่างจำกัด ซึ่งสามารถส่งเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า เมื่อเทียบกับวิธีการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิม
  • DeFi (Decentralized Finance) - การเงินแบบ DeFi หรือกระจายศูนย์ ผู้คนสามารถให้ยืมหรือยืมสกุลเงินดิจิทัลได้ โดยแลกกับการได้รับดอกเบี้ยหรือเข้าถึงเงินกู้โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร โดยผู้คนสามารถเข้าร่วมในการวางเดิมพัน (Staking) ซึ่งเป็นการล็อกเงินดิจิทัลของพวกเขาในเครือข่ายบล็อกเชนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ และได้ผลตอบแทนเป็น Coin สำหรับการสนับสนุนนั้นๆ
  • การหารายได้และการขุดคริปโต - บางคนอาจขุดสกุลเงินดิจิทัล (Mining) โดยใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทำธุรกรรมบนบล็อกเชนและรับผลตอบแทนเป็น Coin หรืออาจทำการหารายได้จากสกุลเงินดิจิทัลผ่านกิจกรรม เช่น การเข้าร่วมแบบสำรวจ การทำงานต่างๆ หรือการสร้างเนื้อหา

Crypto Scams คืออะไร?

การหลอกลวงทางคริปโต (Crypto Scam) คือ รูปแบบการฉ้อโกงที่มิจฉาชีพหลอกลวงผู้คนเข้ามาลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยมักออกอุบายการลงทุน ปลอมตัวเป็นบริการคริปโตที่ถูกกฎหมาย หรือแฮกคริปโต (Crypto Hack) เข้าสู่บัญชี การหลอกลวงเหล่านี้สามารถอยู่ในหลายรูปแบบ รวมถึงการฟิชชิง (Phishing) ไปจนถึงกลลวงแชร์ลูกโซ่ (Ponzi Schemes) และอื่นๆ อีกมากมาย

เป้าหมายหลักของการแฮกคริปโต คือ การหลอกล่อให้เหยื่อส่งเหรีบญคริปโตไปยังมิจฉาชีพ ซึ่งเนื่องจากการออกแบบระบบธุรกรรมของ Cryptocurrency ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ทำให้ยากต่อการติดตามหรือทวงคืน

Crypto Scams มีกี่ประเภท?

การหลอกลวงทางคริปโตมีหลากหลายรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน โดยกลุ่มมิจฉาชีพอาจสร้างกลอุบายที่มีความซับซ้อนหรือดูมีความน่าเชื่อถือ เพื่อล่อลวงเหยื่อนักลงทุนให้หลงเชื่อและส่งเหรียญคริปโตให้ในที่สุด ซึ่งกลลวงที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • การหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง (Phishing Scams) - ในการแฮกคริปโต (Crypto Hack) มิจฉาชีพอาจสร้างเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบชื่อแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกกฎหมาย หรืออีเมลขอให้กรอกคีย์ส่วนตัวบนเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกให้เหยื่อเข้ามากรอกข้อมูล เช่น อีเมลและรหัสผ่านในการเข้าถึงพอร์ตลงทุน จากนั้นจึงดำเนินการโอนเหรียญคริปโตโดยที่เหยื่อไม่ทันรู้ตัว
  • การปั่นราคาและเทขาย (Pump and Dump Schemes) - แผนการปั่นราคาและเทขายเป็นการหลอกลวงที่มิจฉาชีพจะ “ปั่น” ราคาของสกุลเงินดิจิทัลให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำหลังจากซื้อเหรียญนั้นๆ ในราคาต่ำ เช่น การเผยแพร่ข่าวกระแสทางการเงินปลอมว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นๆ จะมีราคาสูงขึ้นในอนาคต เพื่อหลอกให้กลุ่มนักลงทุนหลงเชื่อและซื้อสกุลเงินดิจิทัล ก่อนที่จะเพิ่มราคาขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ และเทขายหุ้นในราคาสูง ซึ่งทิ้งให้นักลงทุนต้องถือเหรียญที่ไม่มีมูลค่า
  • การเสนอขายเหรียญเริ่มต้นปลอม (Fake Initial Coin Offerings - ICOs) - ใน Crypto Scams รูปแบบนี้ มิจฉาชีพจะสร้าง บริษัทและ ICOs ปลอม โดยอ้างว่านำเสนอสกุลเงินดิจิทัลใหม่ และระดมทุนจากนักลงทุนที่หลงเชื่อ แต่มักตัดขาดการติดต่อและหลบหนีไปพร้อมกับเงินทุน
  • การหลอกลวงด้วยมัลแวร์ (Malware Scams) - มิจฉาชีพสามารถใช้มัลแวร์ (Malware) เพื่อเจาะเข้าถึงบัญชีเงินสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurency Wallet) หรือคีย์ส่วนตัว (Private Key) ของเหยื่อ โดยมักจะแนบมัลแวร์ไปกับไฟล์ เว็บไซต์ หรือซอฟต์แวร์ โดยแฝงตัวเป็นแอปพลิเคชันที่ดูปลอดภัย แต่ในความจริงมีการติดตั้งมัลแวร์เอาไว้ เพื่อขโมยเงินดิจิทัลจากบัญชีของเหยื่อ ซึ่งมัลแวร์ที่พบเห็นได้บ่อยคือ Ransomware นั่นเอง
  • แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนปลอม (Fake Exchanges) - มิจฉาชีพอาจสร้างแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลปลอมที่ดูเหมือนถูกกฎหมาย แต่สามารถขโมยเงินฝากของผู้ใช้งานได้ โดยมักจะโฆษณาแพลตฟอร์มดังกล่าวว่าคิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำและนำเสนอโปรโมชันที่น่าดึงดูด
  • การหลบหนีพร้อมเงิน (Rug Pulls) - มิจฉาชีพอาจสร้างสกุลเงินดิจิทัลชนิดใหม่ โน้มน้าวนักลงทุน และถอนเงินทั้งหมดอย่างกะทันหัน หลังจากนั้น นักลงทุนจะเหลือเพียง Token ที่ไม่มีมูลค่า และนนักพัฒนาจะหายไปพร้อมกับเงินทั้งหมดของนักลงทุน
  • การหลอกลวงแบบแจกของ (Giveaway Scams) - คือการที่มิจฉาชีพปลอมตัวเป็นคนดังหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกสกุลเงินดิจิทัล จากนั้นจึงเสนอที่จะช่วยทำกำไรจากสกุลเงินดิจิทัลเป็นสองเท่าจากจำนวนเงินที่นักลงทุนส่งให้ ยกตัวอย่างเช่น โพสต์โซเชียลมีเดียที่อ้างว่า Elon Musk กำลังแจกบิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นต้น
  • การหลอกลวงโดยการปลอมตัว (Impersonation Scams) - มิจฉาชีพจะปลอมตัวเป็นบุคคลหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ฝ่ายบริการลูกค้าจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต จากนั้นจึงหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนหรือทำการโอนเงิน

วิธีสังเกตและการป้องกัน Crypto Scamsแม้มิจฉาชีพจะมาในหลายรูปแบบ แต่ก็มีวิธีสังเกต Crypto Scams

หลายวิธีเช่นกัน ดังนั้น เพื่อป้องกันทรัพย์สินและข้อมูลสำคัญจากการถูกขโมย มาดูกันว่าจะมีแนวทางการป้องกันตัวจากผู้ไม่หวังดีอย่างไรบ้าง เพื่อให้การลงทุนคริปโตของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

  • ให้ความรู้แก่ตัวเอง - อันดับแรก ควรหาความรู้เกี่ยวกับตรวจจับการหลอกลวงสกุลเงินดิจิทัล โดยอาจเริ่มต้นจากการศึกษาจากวิธีการที่มิจฉาชีพใช้ เช่น การฟิชชิง (Phishing) แชร์ลูกโซ่ (Ponzi schemes) และ ICOs ปลอม พร้อมติดตามข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับ Cryptocurrency เพื่อดูว่ามีกลลวงใหม่ๆ เกิดขึ้นหรือไม่
  • ใช้แพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง - แนะนำให้เลือกใช้เฉพาะแพลตฟอร์ม Exchange ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ พร้อมมีมาตรการความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและประวัติการให้บริการที่ดี อีกทั้ง ควรตรวจสอบ URLs ก่อนกรอกข้อมูลใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์ทางการจริง
  • เปิดใช้งานความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง - สามารถเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับบัญชีคริปโต โดยเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) และที่สำคัญคือไม่ควรแชร์ Private Key กับผู้ใดเด็ดขาด ซึ่งขอแนะนำให้เก็บไว้แบบออฟไลน์ในสถานที่ปลอดภัย เช่น กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) หรือเขียนข้อมูลบนกระดาษ
  • ระมัดระวังข้อเสนอการลงทุน - ควรระมัดระวังข้อเสนอการลงทุนที่ดูดีเกินจริง ซึ่งส่วนใหญ่มักมีลักษณะ คือ สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงโดยมีความเสี่ยงน้อย ทั้งนี้ หากมีคนติดต่อเข้ามานำเสนอโอกาสการลงทุน ให้ตรวจสอบตัวตนและความถูกต้องของข้อมูลเสมอ
  • ฝึกพฤติกรรมออนไลน์ที่ปลอดภัย - หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบจากอีเมล หรือข้อความโซเชียลมีเดียจากคนที่ไม่รู้จักหรือดูน่าสงสัย โดยก่อนส่งสกุลเงินดิจิทัลใดๆ ให้ตรวจสอบผู้ติดต่ออย่างระมัดระวัง โดยบางครั้งมิจฉาชีพอาจเปลี่ยน ชื่อ หรือรูปแบบการหลอกลวง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกจับได้
  • ใช้การเก็บเหรียญแบบ Cold Storage - สำหรับผู้ที่ต้องการถือเหรียญสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากแบบระยะยาว แนะนำให้ใช้ Cold Wallets หรือกระเป๋าคริปโตที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งใช้อุปกรณ์อย่าง Hardware Wallet เป็นตัวเก็บคีย์แทน จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากการแฮกผ่านช่องทางออนไลน์
  • รายงานและบล็อกพฤติกรรมที่น่าสงสัย - หากพบเห็นการหลอกลวงหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัย ให้รีบแจ้งแพลตฟอร์มหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองและเตือนนักลงทุนคริปโตคนอื่นๆ อีกด้วย และหากคุณได้รับข้อเสนอการลงทุนหรือได้ข้อความที่ไม่ได้ขอ ก็แนะนำให้บล็อกผู้ส่งและไม่โต้ตอบใดๆ

รายงานเหตุการณ์ Crypto Scams อย่างไร

ติดต่อแพลตฟอร์มหรือตลาด Exchange

หากถูกมิจฉาชีพล่อลวงผ่านแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน หรือบริการกระเป๋าเงินดิจิทัลใดๆ ให้รีบ รายงานเหตุการณ์โดยตรงกับผู้ให้บริการ โดยแพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักมีช่องทางสำหรับรายงานการฉ้อโกงหรือกิจกรรมที่น่าสงสัยโดยเฉพาะ และแนะนำให้บอกข้อมูลสำคัญเช่น ID ของธุรกรรมนั้นๆ ข้อความที่พูดคุยกับมิจฉาชีพ และหลักฐานสำคัญต่างๆ เพื่อช่วยในการสืบสวนและหาตัวมิจฉาชีพ

แจ้งหน่วยงานท้องถิ่น

ติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ที่ thaipoliceonline.go.th/ หรือโทรสายด่วน 1441 เพื่อแจ้งความและขอคำปรึกษา โดยชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดของการหลอกลวง รวมถึงความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น

แจ้งชุมชนสกุลเงินดิจิทัล

เว็บไซต์อย่าง BitcoinAbuse.com เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้รายงานมิจฉาชีพ เพื่อเป็นการช่วยเตือนนักลงทุนผู้อื่น หรืออาจเลือกแบ่งปันประสบการณ์การพบเจอมิจฉาชีพในคอมมูลนิตี้ ฟอรัม หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ

โดยสรุป

การเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลได้เปิดประตูใหม่ๆ สำหรับธุรกรรมทางการเงิน แต่ก็ได้ปูทางให้กับการหลอกลวงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งเมื่อตลาดคริปโตขยายตัว มิจฉาชีพก็ได้ออกอุบายและกลยุทธ์การหลอกลวงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ทำให้ทั้งนักลงทุนที่มีประสบการณ์และมือใหม่ตกอยู่ในความเสี่ยง

ในปัจจุบัน แม้แต่แพลตฟอร์ม Exchange ที่มั่นคงที่สุดก็อาจตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงได้ ดังนั้น การติดตามข้อมูลข่าวสาร การลงทุนคริปโตระมัดระวังและรอบคอบ จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย แม้จะมีข้อเสนอเป็นกำไรจำนวนมากก็ตาม

เมื่อโลกสกุลเงินดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง การรับรู้และการป้องกันต่อการหลอกลวงทางไซเบอร์ก็ควรเติบโตตามไปด้วย โดยการหมั่นศึกษาหาความรู้ และนำแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยมาใช้งาน ก็จะสามารถปกป้องสินทรัพย์และมีส่วนร่วมในการสร้าง Digital Economy ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

การหลอกลวงทางคริปโต (Crypto Scams) เป็นแผนการฉ้อโกงชนิดหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อขโมยสกุลเงินดิจิทัลหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยมิจฉาชีพอาจหลอกให้ผู้ลงทุนส่งสินทรัพย์คริปโตไปยังกระเป๋าเงินของพวกเขา ด้วยการโน้มน้าวให้แชร์ Private Key หรือรหัสผ่าน เพื่อเข้าถึงเงินทุน หรืออาจนำเสนอแผนการลงทุนปลอมที่ให้ผลตอบแทนสูง เพื่อหลอกให้โอนเหรียญคริปโต

มิจฉาชีพสามารถใช้กลยุทธ์วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) เพื่อขอข้อมูลบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต ซึ่งเมื่อพวกเขามีข้อมูลเหล่านี้แล้ว พวกเขาอาจถอนเงินออกจากบัญชีของคุณหรือทำการซื้อเหรียญคริปโตโดยไม่ได้รับอนุญาต

Fungible Tokens เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ในอัตรา 1:1 เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) หรืออีเธอเรียม (Ethereum) โดยมิจฉาชีพมักสร้าง Token ปลอม หรือปั่นมูลค่าของสกุลเงิน เพื่อหลอกให้เหยื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีค่าในตลาด

วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) เป็นการหลอกล่อให้ผู้คนเปิดเผยข้อมูลลับหรือกระทำการที่เป็นการลดระดับความปลอดภัย ซึ่งใน Crypto Scams มิจฉาชีพมักปลอมตัวเป็นตัวแทนผู้ให้บริการจากแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ และหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือโอนสินทรัพย์คริปโต

องค์กรสามารถติดตั้งระบบ  EDR และ MDR ที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสำรองข้อมูลสำคัญอย่างสม่ำเสมอ และแยกระบบสำรองข้อมูลออกจากเครือข่ายหลัก

Next-Generation Firewall (NGFW) สามารถวิเคราะห์แพ็กเกจข้อมูลในระดับแอปพลิเคชัน ทำให้สามารถตรวจจับและบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์หลอกลวงหรือเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบและคัดกรองอีเมลที่อาจมีลิงก์หรือไฟล์แนบที่แอบแฝงมัลแวร์ได้อีกด้วย

ธุรกิจควรฝึกอบรมพนักงานให้รู้จักสังเกตและรายงานอีเมล Phishing พร้อมติดตั้งระบบกรองอีเมลที่มีประสิทธิภาพและใช้ Data Loss Prevention เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ

เมื่อสินทรัพย์ เช่น เหรียญคริปโตถูกโอนไปแล้ว มักไม่สามารถย้อนกระบวนการธุรกรรมนั้นๆ ได้ ทำให้การกู้คืนเป็นเรื่องยาก ในกรณีที่ถูกหลอกลวง แนะนำให้รายงานเหตุการณ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที และหากเป็นไปได้ ให้แจ้งธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิต เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

Search

Related Articles

Cyber Security

Strengthening Manufacturing Cybersecurity with Sangfor Athena MDR

Date : 24 Oct 2025
Read Now
Cyber Security

Supply Chain Cyberattack Hits Salesforce Ecosystem Through Drift and Salesloft

Date : 15 Oct 2025
Read Now
Cloud and Infrastructure

Sangfor HCI vs VMware เปรียบเทียบทุกฟีเจอร์และข้อแตกต่าง

Date : 28 Sep 2025
Read Now

See Other Product

Platform-X
Sangfor Access Secure - โซลูชัน SASE
Sangfor SSL VPN
Best Darktrace Cyber Security Competitors and Alternatives in 2025
Sangfor Omni-Command
Sangfor Endpoint Secure แอนตี้ไวรัสยุคใหม่ (NGAV) สำหรับองค์กรของคุณ